Life's a Long Journey
posted on 28 Oct 2009 13:37 by superyoungwoong in Journey
เฮือก !!!!
เง้อ เค้าคิดถึงบล็อคมากมายอ่ะ เพิ่งได้คลานมาอัพอย่างช้าๆ ทุกอย่างดูแน่นขนัดอัดแน่นไปหมด ไม่มีเวลาที่จะบันทึกความารู้สึกอะไรเลย จนบางทีคิดว่าอยากออกไปจากจุดนี้ซะที เฮ้อออออ ~~
บ่นไปก็เท่านั้นแหละ มีอะไรให้ทำยังดีกว่าไม่มีอะไรทำเนอะ...สามอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของ การเดินทางจริงๆ ทั้งๆ ที่งานก็ยุ่งมากอยู่แล้ว แต่ว่าก็ยังต้องไปโน่นไปนี่แบบติดๆ กัน อยากจะร้องโอดโอย แต่พอไปมันก็มีเรื่องสนุกๆ เกิดขึ้น ก็เลยไม่ใช่ว่าจะไม่ดีซะทีเดียวล่ะ
ความจริงบล็อคก็เขียนเรื่องแจ เรื่องทงบังอยู่เนืองๆ พอไม่ได้มาอัพ ไม่ได้เวิ่นเว้อกะน้องแบบ public (คือจริงๆ เวิ่นเว้อเสมอ แต่อยู่ในที่ลับ 55) ก็เกิดอาการโหยหาเป็นธรรมดา แต่ ณ ตอนนี้คงจะไม่สามารถอวยแจได้มากมายเท่าไหร่ เพราะเวลาและกำลังถ่างตาไม่พอ คงต้องทนอ่านชีวิตวุ่นวายของเค้าไปก่อนละกันนะ เอิ๊กๆๆ
15 Oct (Fri)
งานแต่งเพื่อนที่โรงเรียน เป็นเพื่อนที่ดีคนนึงเลยแหละ ถึงจะยุ่งและมันเป็นวันศุกร์ โรงแรมก็ไปยาก หาที่จอดรถไม่ได้ แต่เค้าก็ตัดสินใจว่าต้องไปให้ได้ มันเป็นเพราะเป็นเพื่อนคนนี้นะ คืออยากไปเพราะอยากไปแสดงความยินดีกะเพื่อนจริงๆ ชุดแต่งงานสวยมากกกก เพื่อนก็สวยมากกก
พิมพ์ไปนึกถึงชีวิตตัวเองกะเหม่ยลี่ไป เพื่อนกรูก็แต่งงานกันไปเยอะแระ
เฮ้อ...บ๊ายบาย นั่นรถไฟฟ้า (ขบวนสุดท้าย) นิ เค้าโบกมือลากะน้อง BTS ไปเรียบร้อยแระ กร๊ากกก
พอไปงานแบบนี้ทีก็ได้สังสรรที่ ตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานอ่ะ แถมงานแต่งนี้ยังใจกว้างอย่างกะแม่น้ำ มี after party ต่อด้วย โหยยย กว่าเค้าจะเม้าเสร็จ...กว่าเค้าจะได้กลับบ้าน...กว่าเค้าจะได้นอน...แล้ว พรุ่งนี้เค้าต้องออกไปสัมนาต่างจังหวัด รถออก 7 โมงเช้า บัดซบจริงชีวิตช้านนนน
17-18 Oct (Sat-Sun)
ต่อเลย รถออก 7 โมงเช้า ตั้งแต่ 7 โมงเช้าล้อหมุนจนถึงที่หมายก็ไม่มีตอนไหนที่เค้าตื่นเลย ฮาาา
จริงๆ สัมนาก็ไม่มีอะไรจะแบบว่าพาไปเที่ยวมากกว่า นั่นเป็นเหตุผลที่ไม่ว่าตารางมันจะบีบแค่ไหน หรือว่าเหนื่อย อดนอนเท่าไหร่เค้าก็ยังต้องมาให้ได้ ^^
รีสอร์ทที่ไปพักชื่อ "ฉัตรทิพย์รีสอร์ท" อยู่โคราชนะถ้าจำไม่ผิด (ไปเล่่นอย่างเดียว เลยจำดีเทลไม่ค่อยได้ 55) ที่นี่เค้าจะมีกินกรรมแอดเวนเจอร์หลายอย่างนะ เช่น โดดหอ แล้วก็พวกสระน้ำ สไลเดอร์ อะไรพวกนี้ แล้วก็ดีหน่อยที่ให้ใส่ชุดธรราดาเล่นน้ำได้ ไม่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำ คือเค้าอ่ะไม่ได้อะไรนะ สงสารคนดูมากกว่าอ่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า
อะบาทไม๊ ? (นี่ขนาดไม่ได้ใส่ชุดว่ายน้ำ) แล้วก็ยังกล้าแปะเนอะ
นี่บรรยากาศตอนกลางคืน...พอตกกลางคืนเค้าก็เสียการควบคุมนิดหน่อย (ไม่มากยังพูดจารู้เรื่อง) จากการสังสรรที่มีแอลกอฮอล์ กินไปเยอะนะไม่ได้กินแบบชนหมดแบบนี้มานานแล้ว แค่สองชั่วโมงคนไม่กี่คนซัดกันไปสองกลม โฮกกก แต่เต้นด้วยมันก็เลยไม่หนักมาก นี่ดีนะไม่เดินตกน้ำตกท่าไป ที่รู้สึกดีอีกอย่างก็คือ อาจารย์ที่ถือว่าเป็นหัวหน้าเราก็มาชนแก้วด้วยกัน ร้องคาราโอเกะด้วยกัน มันดูเป็นความสัมพันธ์ที่ดีจังเลย^ ^ ปลื้ม...
พอเล่นน้ำจบไปสองวันก็กลับเข้ากรุง แทนที่จะพักผ่อน เค้าก็ยังไม่หยุดปรี๊ด วันนั้นมันเป็นวันสุดท้ายที่ King Power จะลดราคา (ครบรอบ 20 ปี) เค้าก็เอาวะซะหน่อย ก็เลยกลับบ้านก่อแล้วเอารถออกมาใหม่ไปดิวตี้ฟรีรางน้ำ วันนี้ลด 10 % แล้ว on top อีก 5% โหยคนเยอะแล้วก็ซื้อกันเยอะๆ ทั้งนั้นเลยอ่ะ...กลัว...กระเป๋า Longchamp อย่างกะแจกฟรี น่ากลัวม๊ากกก ตัวเค้าเองก็ไปสอยแป้ง Shu มา (ตอนนี้ใช้ไปแล้วจะบอกว่าชอบอ่ะ รู้สึกว่ามันดี ^^) แล้วก็อย่างอื่นบลาๆๆๆ เรียกว่าหมดตัวก่อนไปเที่ยวอีก โคตรกลุ้ม เดือนนี้ยังไม่กล้าดูสลิปบัตรเครดิต แล้วระหว่างนั้นก็วุ่นวายกกะการเคลียร์งาน เตรียมตัว แลกตัง ซึ่งวันที่เค้าำไปแลกตัง เงินวอนหมดซุปเปอร์ริช แม่เจ้า !!!!~ คือเค้าก็รู้มาก่อนอ่ะนะว่าช่วงที่เค้าไปเกาคนไปเยอะ แต่ไม่คิดว่ามันจะเยอะขนาดนี้ *O* แล้วเค้าก็เริ่มคาดเดาชะตากรรมตัวเองได้ล่างๆ - -"
22 Oct (Thu)
จริงๆ ก็ไปสนามบิน ตั้งแต่วันที่ 21 นะ แต่เหมือนมันก็ไม่มีอะไรเลยเอามารวมเป็นวันเดียวกันไปเลย เค้าจะไปไหนเหรอ ? ไปเกาหลี !!! คราวนี่ไปแบบทัวร์ของ Discovery Korea นะ เพราะแม่กับน้องไปด้วยแล้วเค้าเองก็ไม่มีปัญญาพาไปได้ครบทุกที่อย่างที่ ทัวร์พาไปแน่นอน บางที่เค้าเองก็เพิ่งไปเหยียบเป็นครั้งแรกเหมือนกันนะ
แต่หลังจากที่กลับมาอ่ะ บอกได้เลยวาเที่ยวเองสนุกกว่าเยอะ ไปกะทัวร์ต้องเผื่อเวลาสนุกกับนอนพักผ่อนให้มากๆ เพราะมันจะไปหลายที่และที่ละนิดๆ หน่อยๆ แต่เหนื่อยเอาการเลยนะ แล้วคราวนี้ต้องมีการนัดแนะเจอผองเพื่อน ไอ้จะไปหยอดตู้โทรมันก็ไม่คุ้ม เค้าก็เลยต้องมีโทรศัพท์ไปด้วย ตอนแกคิดว่าไม่กี่วันเปิดโรมมิ่งก็ได้วะ แพงหน่อย...ถามไปถามมา เอิ่ม...โทรสับกรูยังไม่มี 3G ครับเอาไปไม่ได้ เออไม่ง้อก็ได้วะ ให้ไปเช่าเครื่องอะไรแม่งก็แพง ค่าโทรก็แพง เค้าก็เลยใช้บริการน้อง S roaming ดีถูกใจ เค้า SMS กะโทรไปตังเยอะจ่ายไปแค่ห้าร้อยกว่าบาทเวิร์คมาก
ไปถึงเกาเค้าก็พาไปดู English Village จริงๆ เค้าก็ไม่เกตนะตอนที่อ่านโปรแกรมทัวร์ ว่ามันเป็นไงฟระ แต่พอไปถึงสถานที่จริงก็เลยเกต ว่ามันเป็นที่ถ่ายทำ Boy over flower นี่เอง (แต่ก็ยังไม่อิน เพราะยังไม่ได้ดูเลย) แล้วเดินไปข้างใน โอ้ววว มีนรูปเต็มไปหมด ตกลงนี่มันจุดขายใช่ไม๊เนี่ย...(จิงๆ ลองนึกว่ามันเป็นน้องดูบ้าง เค้าว่าทำอย่างี้มันก็โอเคนะ)
มีเก้าอี้ให้เอาไว้ถ่ายคู่ (มันเป็นเดี่ยวๆ นะ แต่เค้าทำรูปมารวมกันเอง) เค้าเดินไปก็คิดถึงตอนที่ตัวเองถ่ายกะ stand น้องที่เอามาตั้งหน้าคอน ฮือๆ ตอนนั้นเค้าเริ่มคิดถึงน้องแล้วนะ เพิ่งจะวันแรก แต่ถ้าได้เหยียบเกาหลีไม่มีทางไม่คิดถึงน้องได้ แล้วมันก็หนักขึ้นเรื่อยๆ T T
วันนั้นทุกอย่างมันล่าช้าไปหมด เลยได้กินข้าวกลางวันเอาตอนบ่ายสาม T T แต่ก็อร่อยนะ ไม่รู้เพราะหิวด้วยป่าว จากนั้นก็ไปเกาะนามิ สารภาพนะจนถึงทุกวันนี้เค้ายังไม่เคยดูออทั่มอิมายฮาร์ท...เสร่อๆ ขอแก้เป็น winter love song...รู้แค่ว่ามันคิดพี่เบยองจุน เท่านั้นแหละ ฮ่าฮ่า ตอนนี้ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีกันแล้ว แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังเขียวอยู่เค้าว่ามันสวยดีนะ แต่หนาวอ่ะ หนาวเกินความคาดหมาย อาจจะเป็นเพราะว่าไปตอนเกือบจะเย็นแล้วก็เลยหนาวกว่า
อันแรกอ่ะกล้องเค้า อันที่สองเนี่ยน้องถ่ายขโมยมันมา
แล้วด้วยความที่ทุกอย่างล่าช้าก็เลยไปเที่ยวซอรัคซานไม่ทัน แพลนก็เปลี่ยนเอาไปอัดไว้พรุ่งนี้แทน โอ้วววแม่เจ้า หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าไปกินข้าวเย็นแล้วก็เข้ารร.นอนกันไปเลย
มื้อเย็นวันนั้นเป็นหม้อไฟเห็ด !!! แถมเติมหมูไม่อั้น โหยย กินไปอบอุ่นหายหนาวเลย ^^
23 Oct (Fri)
รุ่งขึ้นก็ไปเที่ยวอุทธยานแห่งชาติซอรัคซาน คือแบบต้องตื่นเช้า (6 โมงเช้านะพี่น้อง อยู่บ้านตื่นไปทำงานเค้ายังทำไม่ได้เลย) เพราะทัวร์ลงเยอะไปสายเดี๋ยวคนเยอะ นี่แหละไปทัวร์...มันเหนื่อย ถ้าไปเองโน่น 11 โมงยังไม่ตื่น ตื่นมาแล้วยังนั่งงึมๆ ต่อถึงเที่ยงถึงบ่าย กว่าจะออกจากบ้านได้ปาไปครึ่งวัน โฮกกก
ข้างบนนั้นก็มีวัดชินอึนซา (เค้าก็ไม่รู้ว่าออกเสียงถูกเปล่านะ มั่วๆ ไป) มีพระพุทธรูปที่องค์ใหญ่มากๆ ไกด์เล่าว่าเพราะภูเขาลำเนาไพรค่อนข้างจะเงียบสงบ เค้าก็มักจะมาสร้างวัดกับบนเขา และคนเฒ่าคนแก่ก็จะอุตสาหะขึ้นไปนมัสการ ตอนเค้าไปอาจุมม่าเดินกันขวักไขว่เลย แถมยังเดินเร็วแข็งแรงกว่าเค้าอีก ฮึ !!! อาจุมม่า
ที่ต่อไปก็ไป Teddy Bear Farm จริงๆ เค้าว่ามันก็ไม่มีไรนะ ก็เป็นหมีอ่ะ หมีมากมายอิริยาบถต่างๆ จะว่าไปก็น่ารักดีนะ ที่หน้าโซรัคซานก็มีรูปปั้นหมี ก็เลยมีคนถามว่าทำไมต้องเป็นหมีด้วย ? คำตอบก็คือคนเกาหลีมีความเชื่อว่าหมีเป็นบรรพบุรุษของเค้า ก็เลยมีรูปปั้นหมีอยู่ด้วยนั่นเอง ^ ^ ส่วนเท็ดดี้แบร์ฟาร์มเนี่ยจะเกี่ยวข้องยังไอไรกันกะเค้าเชื่อนี้รึเปล่าเค้าไม่รู้ แต่ก็คิดว่าทำเอาน่ารักมากกว่านะ
ต่อมาที่วัดนักซันซาเป็นวัดที่มีเจ้าแม่กวนอิมใหญ่ม๊ากกก แต่เค้า (และคนอื่นๆ ที่ไปด้วย) ไม่ได้ขึ้นไปหรอกนะ เพราะมันไกลมากกก สังขารมันไม่เที่ยง 555 แล้วก็ถึงเวลาข้าวกลางวันแล้ว เพราะที่นี่เป็นเมืองริมทะเล ก็เลยมีของทะเลมากมาย เดินไปงี้กลิ่นหึ่งเลย อาหารกลางวันนี้เป็นปลาหมึกกะหมูติดมันกะกะหล่ำปลี อร่อยแซ่บไปเลย (ไม่ได้เอารูปลงอ่ะ เดี๋ยวจะเยอะเกิน....)
ไปทัวร์เกาหลีก็ต้องไม่พลาดไปทำกิมจิ จริงๆ อ่ะเค้าเรียกว่าเอาพริกกะเครื่องทาไปบนผักกาดมากกว่า เพราะเวลามันน้อย เค้าก็เลยเตรียมไว้ให้หมดแล้ว หมักลงหมักเกลือไม่ต้องทั้งนั้น มีแค่อธิบายให้ฟังว่าทำไงงั้นแหละ ที่เหลือก็เอาพริกทาๆ ลงไปบนผักที่เค้าเตรียมไว้ แล้วก็ห่อซึ่งตรงนี้จะลำบากหน่อย เพราะว่าเค้าหั่นผักมาเล็ก ก็เลยห่อไม่ค่อยหมด ก็สนุกนิดนึงตรงลุ้นห่อของตัวเอง แล้วก็ไปทับถมผักคนอื่น กร๊ากกกก
นี่กิมจิของเค้า ก็ไม่น่าเกลียดมากนะ ดูดีแบบปานกลาง
แล้วเค้าก็พาไปเก็บแอปเปิ้ล เก็บจากต้นเลย เป็นครั้งแรกที่เค้าสัมผัสกับต้นแอปเปิ้ลของจริง แต่ต้นที่อยู่หน้าๆ อ่ะลูกมันใหญ่แล้วก็แดงมาก เห็นแล้วอยากเด็ดเลย แต่จริงๆ ตรงที่เด็ดได้มันจะอยู่ลึกเข้าไป ซึ่งลูกก็จะเล็กลงหน่อย ก็เข้าใจอ่ะนะว่าให้มาเด็ดลูกใหญ่ มีหวังลุงเจ้าของสวนก็ล่มจมกันพอดี ได้แอปเปิ้ลคนละสองลูกแล้วก็เดินทางต่อไป everland
Everland ที่เด็กๆ ทั้งบัสรอคอย ตอนแรกเค้าแอบเสียดายนะที่โปรแกรมมันช้า แล้วต้องมาเอเวอร์แลนด์ตอนกลางคืน แต่พอได้ดูพาเหรดกะพลุอ่ะ เปลี่ยนใจเลย...เพราะถ้าจริงๆ เค้าก็ไม่ได้อยากเล่นเครื่องเล่นอะไรซักเท่าไหร่ และยิ่งเรามีเวลาน้อย ได้ดูไฟสวยๆ ตอนกลางคืนก็รู้สึกดีอยู่เหมือนกัน แล้วก็ช่วงนี้จะฮาโลวีน เค้าก็ตบแต่งเป็นธีมฮาโลวีนหมดเลย สวยๆ ชอบ จริงๆ มีรูปมากกว่านี้เยอะเลยอ่ะ สวยๆ ทั้งนั้นเลย เง้อๆๆๆ
ความจริงต้องบอกว่าโชคดีที่น้องเค้าถ่ายรูปได้มากกว่า เพราะลำพังกล้องป๊อกแป๊กของเค้าอ่ะ ไม่สามารถแน่ๆ นี่ก็ขโมยมันมาอีกแระ สังเกตว่ารูปจากกล้องเค้าจะ 450*338 แต่ของน้องเค้าจะเป็น 450*300 แล้วก็ความคมชัดมันช่างแตกต่าง
ดูพลุจนถึงเค้าปิดเลยแหละ หนาวด้วยเพราะมันมืดแล้วลมก็แรง จากนี้เค้าก็จะเข้าพักที่โรงแรมแล้ว โรงแรมอยู่แถวคังนัม ซึ่งเค้าดีใจมาก ^^ ได้อยู่ใกล้กันเข้าไปอีกหน่อยก็ยังดี
(ได้ข่าวว่าตอนนั้นอิแจไม่อยู่...) ตอนแรกอ่ะจะต้องไปอยู่แถว Doksan ซึ่งมันไกล แต่ทัวร์เค้ามาเปลี่ยนเอานาทีสุดท้าย สรุปว่าได้อยู่แถวในเมืองก็ search ไปคร่าวๆ แต่รร. เป็นรร.ใหม่ ก็เลยยังไม่มีในแผ่นที่เท่าไหร่ ตอนชาวคณะนั่งแท็กซี่มารับก็แอบมีวนหลายรอบอยู่เหมือนกัน นอกจากวนรอบโรงแรมแล้วยังเลยเถิดไปวนรอบพารากอน วนรอบบ้านพี่มิก อ๊าคคค อย่างโบราณเค้าว่าอ่ะนะ เห็นหลังคาบ้านก็ยังดี โฮกกกก เค้าคิดถึงน้อง
เค้าอยากไปซื้อของที่ everysing ชาวคณะก็พาไป ^^ พอไปถึงมันก็มืดมากๆ แล้ว ก็เค้าออกจากโรงแรมก็เกือบ 5 ทุ่มแล้ว ใน everysing มืดๆ เค้าเห็นของแจนอนนิ่งอยู่ทนไม่ได้...กล้วน้องเหงา เง้ออออ ก็เลยสอยมาหลายอย่างอยู่ ทำไม่รู้ไม่เห็นไม่มองราคารูดๆ การ์ดไป (คิดราคามากเดี๋ยวไม่ซื้อ...ก็รู้กันอยู่ว่าของร้านนี้แพง!!~) แล้วที่เศร้าที่สุด คือเค้าไม่รู้ไปทำ (ที่ห้อยมือถือ) แจร่วงหล่นตามทางตอนไหน กลับมาหาแจไม่เจอ นอนไม่หลับเลยทีเดียว ฮือๆๆๆ ตั้ง 7900 โฮกกกก
ออกจาก everysing มาก็เดินไปกินไก่เกียวชอน ตอนแรกบีชวนร้องเพลง แต่มันดึกแล้วอ่ะเค้ากลัวแม่รอ
(ไว้คราวหน้าไปร้องเพลงกันนะชูว์) กินไก่ไปแอบเศร้าไป มันมีรายการ MBC เปิดในร้านด้วยอ่ะ T T ยิ่งคุยเรื่องน้องยิ่งปั่นป่วน ดีนะที่ไก่อร่อย (อินี่เห็นแก่กิน...) แจว่าเป็นไก่ที่อร่อยที่สุดในโลกนะ ใครมีโอกาสแนะนำให้ไปลองกันว่าจะอร่อยที่สุดในโลกจริงป่าว อิอิ จากนั้นก็ร่ำลาชาวคณะกันเค้ากลับโรงแรมก็ประมาณตีสองได้ สรุปว่าอาบน้ำสระผม ได้นอนตีสี่ครึ่ง *O*
24 Oct (Sat)
ถึงเมื่อคืนจะนอนดึกแค่ไหน เราก็จะสามารถตื่นได้ด้วยมอร์นิ่งคอล และแม่ !!! เพราะวันนี้เราจะไปเดินเลียบคลองแต่เช้า คลองชองเกชอนเป็นคลองที่เค้าคุ้นเคยมาก เพราะตอนไปเกาครั้งแรกเลย เค้าใช้เป็นแลนมาร์คในการเดินกลับเกสเฮ้าส์ แล้วก็พบเจอกับคลองนี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่เค้าไม่เคยรู้ประวัติจริงจังเลยนะ
ไกด์เล่าว่าเมื่อก่อนที่ตรงนี้เปรียบได้กับคลองแสนแสบบ้านเราเลยทีเดียว แล้วเพื่อจะปิดบังสลัมข้างคลอง ก็เลยสร้างถนนทับตรงที่เป็นคลองไปทั้งหมด แต่เกิดปัญหารถติดมาก เพราะเป็นที่ชุมชนที่คนอยู่มาก สุดท้ายนาย...(คือแบบว่าจำไม่ได้) เป็นเหมือนผู้ว่าไรเงี้ย ก็มาปรับปรุงตรงนี้ใหม่ รื้อถนนออกไปแล้วลอกคลองทำใหม่อย่างที่เราเห็นกัน จนได้รางวัล...(คือแบบว่าจำไม่ได้) และสุดท้ายก็ได้รับเลือกเป็นประธาณาธิปดีเลย
แล้วต่อไปขึ้นโซลทาวเวอร์ Seoul Tower สารภาพเขื่อไม๊เค้าไปเกาหลีมาหลายครั้งยังไม่เคยขึ้นไปข้างบนเลยนะ และก็ยังมีอีกหลายที่ที่เค้าไม่เคยไป เพราะทุกครั้งที่ไปก็ไปงานน้องเวลาว่างก็ไปแค่ร้านป๊า เก็บกินอาหารเมนูประจำ แล้วก็ซื้อของ แค่้นี้ก็หมดเวลาต้องกลับไทยแล้ว โชคดีที่วันนั้นอากาศดี แจ่มใส ^^
ห้องน้ำก็เก๋ คงคอนเซปอยากให้เห็นวิว
อาหารกลางวันเป็นบุฟเฟ่ต์ขาปูอลาสก้า ซึ่งเค้าว่ามันเฉยๆ นะเค้าชอบกินปูม้ามากกว่า เนื้อมันแน่นๆ ดี (แต่เหมือนตอนกินที่ญี่ปุ่นมันอร่อยมากอ่ะ อิปูอลาสก้านี่) กินได้ไม่เยอะ เพราะคนเยอะมาก -*- วันหลังๆเค้าเริ่มรำคาญแล้วเดินไปไหนก็เจอ เริ่มเบื่อ...เข้าใจถึงคำว่าแย่งกันกินแย่งกันใช้เลย เข้าห้องน้ำนี่ต้องรอแถวยาวมาก เคล็ดลับก็คือเข้าห้องน้ำก่อนตอนที่ึคนอื่นยังกินกันอยู่ 555
เดินลงมาจากร้านบุฟเฟต์ไม่ไกล ก็จะเป็นร้านสกินฟู้ด ข้างๆ ร้านสกินฟู้ดก็จะเป็นโรงละครที่เราจะดู NANTA SHOW เหมือนจะเป็นที่ใหม่เพิ่งเปิดในเมียงดง ตอนแรกมันเป็นโปรแกรมที่เค้าอยากจะข้าม หรือไม่ก็ขอไกด์ไม่ดูออกไปช้อปปิ้งเมียงดงมากกว่า แต่พอดูแล้วแบบโหยยยถ้าไม่ดูต้องเสียดายแน่เลย เค้าชอบนะ เค้าว่ามันสนุกดี แล้วคนแสดงก็มีทักษะมากๆ ด้วย โดยรวมถือว่าประทับใจมาก อาจจะเป็นเพราะว่าไม่คาดหวังด้วยมั้ง
หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าไปช้อปปิ้งที่ ทงแดมุน อันนี้เค้าก็ไม่เคยไปอีกแหละ หลายคนอาจจะสงสัยว่าไปเกาหลีแล้วไม่ได้ไปได้ไง อ้าว..ก็นี่ไงได้ไปแล้ว กร๊ากกกก แต่เหตุผลส่วนใหญ่คือเค้าขายอะไรที่เราไม่ค่อยซื้ออ่ะ ไม่ใช่สไตล์เค้าเลย
อาหารเย็นเป็นหมูย่าง ที่เติมหมูไม่อั้น PLUS เนื้อหมูโต๊ะข้างๆ กร๊ากๆๆๆ อิ่มอร่อยมากๆ
25 Oct (Sun)
วันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว จะกลับตอนประมาณทุ่มครึ่ง เช้ามาก็ไปเยี่ยมมหาลัยน้องเอมมี่ก่อนเลย ได้รับคำชมจากทุกผู้ทุกนางในทัวร์ว่าสวยงาม (แหม...น่าจะได้เห็นเด็ที่เรียนด้วย เนอะๆ) แต่ตอนไปถึงยังเช้าไปหน่อย ร้านร่วงเลยยังไม่ค่อยคึกคัก แต่พอสายๆ ก็พอจะมองภาพออกหน่อย เค้าชอบนะมันดูอบอุ่นดี วันหลังให้น้องเอมมี่พาไปเที่ยวข้างในด้วยก็ดี เง้อ~
แล้ววันสุดท้ายเค้าก็เปลี่ยนเมนูอาหารให้ด้วย จากไก้ตุ๋นโสมเป็นบุฟเฟต์เนื้อ/หมูชาบู ร้านก็อยู่ใกล้ๆ มหาลัยแหละ ตอนแรกเค้าอ่ะตื่นเต้นอยากกิแต่พอถึงร้านลงพร้อมทัวร์บัสอื่นอีกแระ แล้วแถมมาด้วยทัวร์จีนอีก ฮือๆๆๆ ลองนึกภาพร้านบุฟเฟต์นะ ปกติมันก็เดิินกันวุ่นวายอยู่แล้ว มาแบบนี้ยังวุ่นวายใหญ่ -*- หมดอารมณ์กินเลย (แต่ก็ยังกินไปไม่ใช่น้อย....55)
กินเสร็จก็จะไปต่อ ที่เมียงดง แต่ระหว่างทางมีแวะเสริมเป็น cosmetic duty free แบบเค้าว่าไกด์มันต้องแวะเองแน่เลย เพราะแวะแบบนี้เค้าก็ได้ % เป็นหัวเลยนะ (อ้างอิงจากเจ๊ บอกมา) เค้าก็ลงไปเดินๆ สอย rojukis มาลองใช้หน่อย ถูกกว่าของเมืองไทยนะ แต่คิดไปติดมา กระชับรูขุมขนแล้วถ้ามีสิ่งอุดตัน มันจะยิ่งเป็นสิวป่าวอ่ะ ? เลยยังไม่ได้ลองแกะมาใช้เลย T T
ระหว่างทางไปเมียงดงก็มีนัดแนะ และแล้ววันนี้เค้าก็ได้เจอกะชาวคณะอีกจนได้ ครบทั้งสามคนเลย ^ ^
รูปข้างบนมันตรงไหนของเมียง ? น้องเค้าไปถ่ายมาจากไหน หรือเดินผ่านแต่ไม่เคยเห็น
เดิน ช้อปแป๊บเดียวถึงเวลานัด แล้วเหมือนรับช่วงกันยังไงไม่รู้ตอนแรกไปหาหมี่ แล้วมาเดินกับชูว์แล้วแวะพักหาหมี่ แล้วเดินกับเจ๊ต่อ ยังไงก็ขอบคุณที่ออกมาอยู่้เป็นเพื่อนเค้าน้า ~~~
จริงๆ วันนั้นเศร้ามากเลย ไม่อยากกลับ...เพราะตอนเช้าเชคเมล ฝรั่งส่งจดหมายเชิญมาแล้ว นั่นแปลว่ากลับมาต้องมาทำวีซ่า ซึ่งเค้านั่งนึกมาตลอดให้มันส่งมาไม่ทัน (แอบเลว...) จะได้ไม่ต้องไป แต่สุดท้ายมันก็ต้องไป ฮึกๆๆ
มาถึงสนามบินก็แพคของอะไรไป แป๊บๆ ก็เชคตม. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เค้าจะร้องไห้ตลอดเลย (อินี่เซ้นซิทีฟเกิ๊นน) เพราะมันนึกถึงอ่ะ คิดถึงน้องเป็นบ้า แล้วมีเล่าให้แม่ฟัง "แม่ๆ เนี่ยเวลามาก็มาต่อแถวกะแจแบบนี้แหละ" แม่ตกใจ แบบว่าขนาดนี้เลยหรอ เค้าไม่ว่าเอาเหรอ ฮ่ะฮ่ะก็บอกแม่ไปว่าไม่ได้ทำไรนิ จะว่าอะไรล่ะ แม่ก็งึมๆ คงจะงงว่าอิลูกนี่มันอะไรของมัน
สนามบินอินชอน สวยเนอะ เป็นรูปที่เค้าไม่ได้ถ่ายเองอีกเช่นกัน
จบแล้ว..
เป็นทริปที่ใช้เวลาพิมยาวนานถึงสามวัน
แต่ก็ขอมีอัพเดทต่อ
26 Oct (Mon)
ไปทำวีซ่าอเมริกา ในที่สุดเ้ค้าก็ต้องไปจริงๆ ใช่ไม๊ !!!!
ไป ทำพร้อมพี่(?) เป๊กวง Zeal ด้วย ตอนแรกนึกว่านี่มันเด็กแว๊นที่ไหนใส่ขาเดฟปรี๊ดมาสัมภาษณ์วีซ่าวะ ที่แท้ อ่อออ พี่เค้าเป็นนักร้องนั่นเอง แถมตอนสัมภาษณ์มันจะเป็นคอกๆ อินี่ก็แอบไปฟังเค้าอีก มีแบบว่า singer ๆ อะไรงี้ด้วย 555
สรุปว่าได้วีซ่าท่องเที่ยวมา 10 ปี
29 Oct (Thu)
ฝรั่งดองเขียนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (<< เริ่มไม่ปกติ มรึงเรียกอีเมลก็ได้มั้ง) มาว่าอยากให้พรีเซ้นหน่อย ประมาณ 1 ชม.
.
.
พ่อเมิงงงงงงงง
แล้วบอกกรูวันพฤ เนี่ยนะ !!!!
30 Oct (Fri)
เค้าเคลียร์งานจนหูตูบ แถมต้องไปซื้อโน่นซื้อนี่เต็มไปหมด เตรียมตัวเองแถมยังต้องเตรียมเรื่องงาน กรูอยากตาย เอนทรี่นี้คงจะจบแบบจริงจังแล้ว เพราะตีสองคืนนี้ต้องออกจากบ้าน เค้าจะบินตี 5 ของวันเสาร์แล้ว
ทุกคนเป็นกำลังใจให้เค้าด้วย นี่คือการไปอเมริกาครั้งแรกของเค้า....
และเค้าไป....คนเดียว.....
เค้าค่อนข้างกลัว....
แค่ เรื่องเดินทางเค้าก็กลุ้มแล้ว เรื่องงานเป็นงานประชุมวิชาการ แถมต้องออกไปเก็บตัวอย่างนกป่า (เค้าเกลียดนก) และเค้าต้องไปคุยงานกับ Prof. แปลเป็นไทยก็ศาสตราจารย์ อย่างน้ิอย 3 คน
.
.
.
เค้าเป็นแค่ผู้หญิงบ้าดาราเกาหลีนะ !!!
เอนทรี่หน้าถ้ารอดไปถึงโรงแรมได้....เจอกัน
PS.
* เค้าไม่ได้ไปงานแต่งพี่แจนะ ก็รู้อยู่ว่ามีแต่ก็ตัดสินใจไม่พยายาม เพราะแค่เค้าออกไปกลางคืนแม่ก็ห่วงแล้ว ถ้าออกไปหาแจทั้งวันแม่เค้าคงไม่สบายใจเท่าไหร่ แต่พอเห็นรูปออกมาก็คิดถึงอิแจได้อีกอ่ะ T T
* อยากดูคุณบุรุษไปรษณีย์ม๊ากกกก คิดถึงม๊ากกกกก



#1 By PHUNG (61.91.32.12) on 2009-10-28 14:06