Elisabeth Trip
posted on 29 Mar 2012 12:23 by superyoungwoong in VeryMomentสวัสดีค่า !!!! กลับมาแล้ว กลับมาก็เจอกับความร้อนแรงของอากาศบ้านเราทำเอาป้าสลบคาที่ไป 1 วันเต็มเลยค่ะ ส่วนตอนนี้ฟื้นแล้ว แฮ่
ตามระเบียบกลับมาแล้วก็ต้องมาเขียนบล็อคไว้กันลืม งุงิ...ทริปนี้มันช่างทรหดอดทน แต่ก็สนุก ได้ไปหลายที่มากๆ แล้วก็ประทับใจมากๆ เลยค่ะ ว่าแล้วก็ไปอ่านกัน
ตามระเบียบกลับมาแล้วก็ต้องมาเขียนบล็อคไว้กันลืม งุงิ...ทริปนี้มันช่างทรหดอดทน แต่ก็สนุก ได้ไปหลายที่มากๆ แล้วก็ประทับใจมากๆ เลยค่ะ ว่าแล้วก็ไปอ่านกัน แรกเริ่มเลย...ทริปนี้เกิดจากความอยากไปเกาหลีล้วนๆ ซึ่งมันก็ประจวบเหมาะกับแม่ๆจุนซูที่อยากไปดู musical พอดี ไอ้เราก็อยากดูด้วยเหมือนกัน ถึงจะไม่ได้เมนจุนซู แต่ก็อยากชื่นชมความสามารถของน้องซักครั้งนึงน่ะ
การกดบัตรจึงเริ่มขึ้น...ถึงจะกดมาไม่ได้ที่ดีมากนัก (แต่พอไปดูในโรงก็โอเลยนะ
) แล้วก็เริ่มเตรียมตัวอย่างอื่นกัน ทริปนี้มีผู้ร่วมเดินทางรวม 4 คนค่ะ เป็นแม่จุนซูซะ 2 ส่วนที่เหลือเป็นคุณ J พี่ใหญ่กับคุณ Y แบ่งกันไปคนละหนึ่ง
การกดบัตรจึงเริ่มขึ้น...ถึงจะกดมาไม่ได้ที่ดีมากนัก (แต่พอไปดูในโรงก็โอเลยนะ
) แล้วก็เริ่มเตรียมตัวอย่างอื่นกัน ทริปนี้มีผู้ร่วมเดินทางรวม 4 คนค่ะ เป็นแม่จุนซูซะ 2 ส่วนที่เหลือเป็นคุณ J พี่ใหญ่กับคุณ Y แบ่งกันไปคนละหนึ่งเหมือนอย่างทุกครั้งที่กรูต้องรีบ เงิ่นเว้อ และยุ่งก่อนเดินทาง งานเข้า ทำอะไรไม่เสร็จซักอย่าง แล้วก็ต้องมานั่งรีบจัดกระเป๋าเอาก่อนไป ทุกที
แต่ทุกอย่างมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี ก่อนจะเล่าทุกอย่างต้องขอขอบคุณผู้ร่วมเดินทางทุกคนด้วย ถึงจะเพิ่งเคยไปด้วยกันเป็นครั้งแรก แต่ก็ช่วยทำให้ทริปนี้เป็นทริปที่สนุกมากๆเลย
แต่ทุกอย่างมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี ก่อนจะเล่าทุกอย่างต้องขอขอบคุณผู้ร่วมเดินทางทุกคนด้วย ถึงจะเพิ่งเคยไปด้วยกันเป็นครั้งแรก แต่ก็ช่วยทำให้ทริปนี้เป็นทริปที่สนุกมากๆเลย March 22 (Thu)
ออกจาก กทม.แต่ว่าเพราะได้ยินมาว่าเกิดวิกฤต ตม.ก็เลยไปเร็วหน่อย (ไม่หน่อยอ่ะ เร็วมาก
) แต่ก็โชคดีอ่ะที่ตม.ไม่ได้ช้าอย่างที่คิดไว้ คาดว่าเค้าคงปรับปรุงแล้วน่ะ เวลาที่เหลือก็หมดไปกับการดูเจ้าชายห้องใต้หลังคาค่ะ (มิกน่ารักมากอ่ะ กรี๊ดดด เอามืออุดปากอยู่ในร้านแบลคแคนย่อน กร๊ากกกกกก)
) แต่ก็โชคดีอ่ะที่ตม.ไม่ได้ช้าอย่างที่คิดไว้ คาดว่าเค้าคงปรับปรุงแล้วน่ะ เวลาที่เหลือก็หมดไปกับการดูเจ้าชายห้องใต้หลังคาค่ะ (มิกน่ารักมากอ่ะ กรี๊ดดด เอามืออุดปากอยู่ในร้านแบลคแคนย่อน กร๊ากกกกกก) March 23 (Fri)
เอิ๊กกกก มาถึงเกาหลีแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปรอบนี้ (มารอบสุดท้ายเมื่อ มิ.ย.ที่แล้ว) คือใบเข้าประเทศเกาหลีเปลี่ยนรูปแบบฟอร์มใหม่ แต่ไอ้ที่ต้องกรอกมันก็เดิมๆ อ่ะนะคะ ใครจะไปไม่ต้องวอรี่น้า พอออกมาสัมผัสอากาศด้านนอกก็ได้ปรามาสขึ้นมาทันทีว่า "ไม่เห็นหนาวเลย" ไม่น่าเอาเสื้อตัวหนามาอย่างโน้นอย่างนี้ โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตในอีก 4 วันข้างหน้าบ้าง 555+



แล้วก็ขึ้นรถบัสไปที่พักค่ะ ระหว่างนี้ก็ไม่ได้ทำอย่างอื่น...หลับ...อย่างเดียวเลย (ขนาดบนเครื่องได้หลับมาบ้างแล้วนะ) พอมารู้ตัวอีกทีก็ถึงเวลาต้องลงแล้วค่ะ พอลืมตาตื่นขึ้นมาคว้าข้าวของลงจากรถ ลงมาปุ๊บ...ซ่า...ฝนตกฮ่ะ อยากจะกรี๊ดดดดด คือก็ดูมาแล้วล่ะว่าฝนมันจะตกวันนี้ แต่พอตกเป็น shower แบบพรมๆ แล้วตกตลอดเวลา...มันหนาวอ่ะ TT TT และไม่ใช่อะไร...กรูลืมเอาร่มมา!!! (มันเป็นผลเสียของการจัดกระเป๋าวันเดินทาง จะต้องลืมอะไรซักอย่าง เคยกระทั่งลืมชุกนอน กกน. บลาๆๆ) ก็เดินฝ่าฝนมาถึงโรงแรม (ครั้งนี้พักโรงแรมฮ่ะ) เอาของเก็บและไปช้อปปิ้งก่อน เพราะว่ายังเชคอินมะได้
ฝนน้านนนน มันเป็นอุปสรรคกับการช้อปปิ้งมาก ทั้งแฉะ ทั้งลำบาก
เดินอยู่ได้แป๊บเดียวก็กลับละ ถึงกระนั้นป้าก็ได้สอย Shinhwa 10th limited ที่เพิ่งวางวันนั้นพอดี มาให้เพื่อนสาวด้วย (จะบอกว่าหนักมาก) แต่คนซื้อกันอย่างกะแจกฟรี แฟนๆลุง (นั่น!! ไปเรียกเค้าลุง 555+) มากันเยอะมาก ทั้งจีน ทั้งญี่ปุ่นเต็มไปหมดเลย
เดินอยู่ได้แป๊บเดียวก็กลับละ ถึงกระนั้นป้าก็ได้สอย Shinhwa 10th limited ที่เพิ่งวางวันนั้นพอดี มาให้เพื่อนสาวด้วย (จะบอกว่าหนักมาก) แต่คนซื้อกันอย่างกะแจกฟรี แฟนๆลุง (นั่น!! ไปเรียกเค้าลุง 555+) มากันเยอะมาก ทั้งจีน ทั้งญี่ปุ่นเต็มไปหมดเลยพอเรากลับมาจัดการกะตัวเอง เข้าทีพักอะไรเรียบร้อยแล้ว ตอนเย็นก็มีนัดกะเพื่อนจะเอาบัตร Elisabeth มาให้ค่ะ นอกจากจะเป็นธุระเรื่องบัตรแล้ว ชียังเลี้ยงข้าวด้วยค่ะ มื้อนี้เราไปกินหมูย่างกัน!!!
ที่ไม่เคยกินคือเครื่องเคียงที่มีไข่ดิบนี่ล่ะ
คือทำงานเกี่ยวกับไข้หวัดนกนี้ ปกติจะไม่กินไข่ดิบนะ ก็พอกวนๆ ไปแล้วมันก็ไม่รู้สึกเท่าไหร่ แถมมีซดโซจูกันไปนิดหน่อยด้วย กร๊ากกก เวลาไม่มีไม่งั้นคงกินได้มากกว่านี้ นางมัวแต่สนใจย่างหมูอยู่ค่า 555+ หลังจากเราดื่ม(?)กิน สังสรรค์กับเพื่อนพอเป็นพิธีแล้ว ตอนแรกว่าจะช้อป เพราะลิสต์เครื่องสำอางแต่ละคนยาวเป็นหางว่าว แต่ว่า...ตั้งแต่เหยียบเกาหลีจนอิมหนังตาแทบปิดแล้ว ฝนนางยังไม่หยุดตกค่ะ แล้วก็ยิ่งดึกยิ่งหนาวด้วย ก็เลยตัดสินใจเก็บช้อปปิ้งไว้ก่อน กลับบ้านพักผ่อนเอาแรงดีกว่า ^^
คือทำงานเกี่ยวกับไข้หวัดนกนี้ ปกติจะไม่กินไข่ดิบนะ ก็พอกวนๆ ไปแล้วมันก็ไม่รู้สึกเท่าไหร่ แถมมีซดโซจูกันไปนิดหน่อยด้วย กร๊ากกก เวลาไม่มีไม่งั้นคงกินได้มากกว่านี้ นางมัวแต่สนใจย่างหมูอยู่ค่า 555+ หลังจากเราดื่ม(?)กิน สังสรรค์กับเพื่อนพอเป็นพิธีแล้ว ตอนแรกว่าจะช้อป เพราะลิสต์เครื่องสำอางแต่ละคนยาวเป็นหางว่าว แต่ว่า...ตั้งแต่เหยียบเกาหลีจนอิมหนังตาแทบปิดแล้ว ฝนนางยังไม่หยุดตกค่ะ แล้วก็ยิ่งดึกยิ่งหนาวด้วย ก็เลยตัดสินใจเก็บช้อปปิ้งไว้ก่อน กลับบ้านพักผ่อนเอาแรงดีกว่า ^^(ปล. ที่เรียนมาเครื่องสำอางไม่มี "ค์" นะคะ อาจารย์ภาษาไทยที่โรงเรียนแห่งหนึ่งย่าน ม.เกษตร สอนมาว่า ถ้าเขียน "เครื่องสำอางค์" ใช้แล้วจะสวยเหมือนควายค่ะ กร๊ากกกก อิชั้นจำแม่นจนถึงวันนี้)



March 24 (Sat)
Sungkyunkwan University > Dongdaemun market > Trick eye museum > Kitty cafe
วันนี้สถานที่ท่องเที่ยว(?)หลักๆ ของแฟนคลับอย่างพวกเราคือ Sungkyunkwan University ที่ใช้ถ่ายทำเรื่อง Sungkyunkwan Scandal และก ็ Trick eye museum ที่จุนซูเคยไปเที่ยวค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ ที่พี่น้องผู้ร่วมเดินทางของข้าพเจ้าสรรหามาค่ะ บอกตามตรงว่าตัวเองไม่มีข้อมูลอะไรพวกนี้เลย วะฮ่าๆๆๆ คือนางไปไหนก็ได้ เที่ยวไหนก็ไป เลี้ยงง่ายน่าเอ็นดู..... 

เริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้าจาก 7-11 ที่สอยมาเมื่อคืน เมนูของเค้าเป็นคิมบับกะ Tio (เข้ากันไม๊?) แล้วก็นั่งรถไฟไปตามหาท่านบัณฑิตกัน ระหว่างทาง ก็แหม...อย่าให้ลืมว่าทริปนี้ใครเป็นพระเอก ก็ต้อง Musical Elisabeth สิคะ

จัดรูปคู่ไปหนึ่ง...เป็นการเอาฤกษ์ 

ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะอยู่ที่สถานีที่ลง Sungkyunkwan Univ เลยนะ (ถ้าจำไม่ผิด...ผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์ ความจำเลอะเลือน 555) แต่ถ้าไม่ซีเรียสกับป้ายโฆษณา ตามสถานีต่างๆ ก็จะมีเปิดวีดีโอโฆษณา elisabeth เป็นพักๆค่ะ คั่นด้วย อิพินิทึอังกอร์คอนเสิร์ต (ป้าก็แอบรู้จักน้องเค้าอยู่น้าาา
) และท่านสามารถพบป้าโฆษณาองค์ชายรัชทายาทชุดวอร์มอแดงได้เป็นระยะ หรือจะส่องเอาตามรถเมล์ก็เยอะนะคะ
) และท่านสามารถพบป้าโฆษณาองค์ชายรัชทายาทชุดวอร์มอแดงได้เป็นระยะ หรือจะส่องเอาตามรถเมล์ก็เยอะนะคะอ้อ...อีกอย่างค่ารถไฟขึ้นค่ะ สงสัยไม่ได้ไปนาน หรือมันขึ้นมานานแล้วแต่ไม่ได้สังเกต
จากขั้นต่ำที่เมื่อก่อนเคยใช้ 900 วอน ตอนนี้ปรับเป็น 1,050 วอนค่ะ เอาเข้าจริงๆ คิดเป็นเงินไทยแล้วมันก็ไม่ได้กระทบกระเทือนอะไรมากเนอะ แต่ว่า...มันสะเทือนใจ !!!! (แนวเดียวกับยาคูลท์ขึ้นเป็น 7 บาทอ่ะแหละ TT TT)
จากขั้นต่ำที่เมื่อก่อนเคยใช้ 900 วอน ตอนนี้ปรับเป็น 1,050 วอนค่ะ เอาเข้าจริงๆ คิดเป็นเงินไทยแล้วมันก็ไม่ได้กระทบกระเทือนอะไรมากเนอะ แต่ว่า...มันสะเทือนใจ !!!! (แนวเดียวกับยาคูลท์ขึ้นเป็น 7 บาทอ่ะแหละ TT TT)วันนี้จากที่ดูพยากรณ์อากาศมา อากาศแจ่มใส แต่ลมแรงโคตรๆ พอโผล่ขึ้นมาจากสถานีรถไป บ๊ะ!!! พยากรณ์อากาศแม่นยิ่งกว่าตาเห็น ลมพัดแรงหูจะหลุด!!!! แต่ก็ยังโออ่ะ เดินเท้าต่อไป...แต่ระหว่างทางเนื่องด้วย เป็นแถบมหาวิทยาลัย พระเจ้า!!! ของช้อป ของน่ารักเยอะเกิ๊นนนนน ชะนีทั้งหลายจึงใช้เวลาตรงจุดนี้อยู่พอสมควร 555+

ระหว่างเดินไปอ่ะ ลมมันก็แรงอยู่ต่อเนื่อง หนาวมาก...ตอนแรกคิดว่าจะเอาเสื้อผ้าชิวๆไปเพราะมันคงไม่หนาวแล้ว นี่ถ้าไม่ได้เอาโค้ทไปตายอยู่แถวนั้นแหละ (ไม่ใช่เพราะอะไร อากาศหนาว...ไขมันในเส้นเลือดแข็งตัว 555)
และในที่สุด...เราก็มาถึง Sungkyunkwan University แล้วค่ะ


ก็เหมือนกับมหาวิทยาลัยทั่วไปนะ ที่ไม่เหมือนก็คือมีตึกเก่าๆ ตั้งแต่สมัยก่อนนี่แหละ ที่ป้ายเห็นเขียน 1398 โอ้วววว มันนานมากอ่ะค่ะ ถ้าตรงเข้าไปคาดว่าจะเป็นส่วนของที่เรียนของนักศึกษาปัจจุบัน (คาดว่า...เพราะไม่ได้เดินเข้าไป) จากประตูใหญ่เราเลี้ยวขวาเข้ามาก็จะถึงโซนที่เป็นตึกเก่าค่ะ
เดินเข้าไป....ผ่างงงง !!!! มีงานอะไรอ่ะ
แล้วเราจะเข้าไปได้มะ 


แล้วเราจะเข้าไปได้มะ 


คือวันนั้นเค้ามีการจัดงานแต่งงานค่ะ แต่สถานที่มันค่อนข้างจะเป็นที่เปิด ก็มีลุงคนนึงมาบอกว่าเข้าไปได้ เราถึงได้ใจชื้นขึ้นหน่อย นึกว่ามาแล้วจะไม่ได้เข้าซะแล้ว พอเข้ามาด่านใน.....ผ่างงงง !!!! เด็กๆมาทำไรก๊านนนนน ป้ากรี๊ดดดด เด็กเป็นฝูงเลยอ่ะ แต่ก็น่ารักดีน้องใส่ชุดบัณฑิตน้อยด้วย (นึกถึงเซ็นทรัลบัณฑิตน้อยตอนเด็กๆ ใครเกิดทันมั่ง 555) เหมือนน้องจะมาถ่ายรูปรวมโครงการแลกเปลี่ยน หรือความร่วมมืออะไรซักอย่างอ่ะนะ ไม่รู้เหมือนกัน
พอน้องๆ ถ่ายรูปเสร็จเราก็ถ่ายรูปมั่ง ก็เดินดูไปอะไรไป จิ้นถึงว่าตรงโน้นตรงนี้ ถ่ายฉากนั้นฉากนี้
พอน้องๆ ถ่ายรูปเสร็จเราก็ถ่ายรูปมั่ง ก็เดินดูไปอะไรไป จิ้นถึงว่าตรงโน้นตรงนี้ ถ่ายฉากนั้นฉากนี้
นี่เค้าเรียกความสุขของแฟนคลับสินะ 

ความคุ้มมันอยู่ที่ได้เห็นฉากพิธีแต่งงานของจริงด้วยนี่สิ เป็นการแต่งานของสาวเกาหลี กับหนุ่มฝรั่งอ่ะ แล้วเค้ามาทำพิธีที่นี่ เจ้าสาวต้องมุดเข้าไปนั่งในเกี้ยวด้วย เพื่อนๆ เค้าก็ขำกันใหญ่ ในใจป้าก็คิดว่าถ้ากรูแต่งแบบนี้บ้าง กรูต้องนั่งต่อเกี้ยวใหม่เองด้วยใช่มะ ? คือขนาดเจ้าสาวตัวเล็กนิดเดียวยังต้องเข้าไปนั่งแบบเอาก้นเข้าก่อน...แล้วกรูล่ะ ไซส์เอกซ์ตร้าขนาดนี้ แล้วถ้าเกี้ยวจะใหญ่ขนาดนั้น ใครจะแบก ???? (พอเหอะ...จริงๆ มันจบตั้งแต่ประเด็นว่าแต่งงานละ 555)
พอพิธีใกล้เสร็จ...ก็มีหนุ่มบัณฑิตกลุ่มนึงเดินมา ก็คงเป็นนักศึกษาที่เรียนแล้วมาช่วยงานแหละ เลยต้องแต่งเต็มยศหน่อย เราเลยได้มีโอกาสดีๆ ถ่ายรูปรวมกับบัณฑิตแห่ง Sungkyunkwan ด้วย ถึงหน้าจะไม่ละม้ายในละครเลยแม้แต่น้อย ฮ่าฮ่าฮ่า แต่หนุ่มก็ใจดีนับ วัน-ทู-ทรี ให้เราด้วยนะเออ แถมยังมีแซวกันเองอีก น่ารักดี 

ใช้เวลาอยู่ซักพักเลย จนลมเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ เราเลยตัดสินใจกลับกัน ระหว่างทางเดินกลับลมก็แรงขึ้นๆ แล้ว...
หิมะตกจ้าาาา หิมะ...หิมะ....หิมะ.....มาตกอารายกันตอนเน้ !!!! 





อากาศแปรปรวนสุดๆ เลย เราเลยรีบหลบเข้ารถไฟก่อน อย่างน้อยก็อุ่น แล้วคุยกันว่าจะไปเดินแถวตลาดทงแดมุน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้ออะไรกัน ได้ไปกินข้าวกลางวันกับหาที่อุ่นๆ อยู่มากกว่า พอท้องอิ่มก็เดินหน้าต่อเลย จุดหมายถัดไปคือ Trick eye museum ค่ะ

ทริกอายนี่อยู่แถวฮงอิกค่ะ เดินไปหมุนๆ แป๊บนึงก็ถึง หาไม่ยาก และเป็นอะไรที่ไม่ได้คาดหวังอะไรกับที่นี่เลย แต่พอเอาเข้าจริงๆ เอออออ สนุกอ่ะ เวลาไปกับเพื่อนแล้วถ่ายรูปเล่นกัน นึกว่าจะใช้เวลาไม่นาน แต่เข้าไปจริงๆ เกือบสองชั่วโมงเลยอ่ะ แถมมี Free Wifi สัญญาณแรงกระฉูด เราเลยเพลิดเพลินกันมากๆ เลย ^^
ที่นี่ตอนนี้ก็กำลังได้รับความนิยมมากๆ เค้าจะมีรูปมายืนยันว่าคนดังๆ ก็ไปกัน อย่างเช่น ฝ่าบาทในเรื่อง The Moon that Embraces The Sun (น้องชื่ออะไรนะ ?555) มีคนไทยด้วยนะ...หนูนา...(ป้าไม่ตื่นเต้นอ่ะ...จบไป 55) แล้วยิ่งเราไปวันเสาร์ หูยยยย คนเยอะ (คนเกาหลีก็เยอะนะคะ) นักท่องเที่ยวก็มีบ้างส่วนนึง ค่าบัตรเข้า museum 13,000 วอนค่ะ
Tip >> รูปที่ถ่ายเล่นกันที่นี่ จะเหมือนหลอกตาเราค่ะ ซึ่งหมูลองใช้กล้องถ่ายรูปถ่ายแล้วมันไม่เวิร์คอ่ะ (หรือคนถ่ายไม่เวิร์คก็ไม่รู้นะ) แต่พอลองใช้กล้องโทรศัพท์ถ่ายแล้ว โอเลยที่เดียว เพราะงั้นถ้าใครไปแนะนำว่าให้ลองใช้กล้องโทรศัพท์ (ที่มีความละเอียดสูงหน่อย) ถ่ายดูนะคะ น่าจะชอบมากกว่ารูปที่ถ่ายจากกล้องถ่ายรูปค่ะ
ณ จุดนี้ ก็อยากได้ไอโฟน 4S ขึ้นมาเลยค่ะ กล้องเค้าเลิศจริงอะไรจริง
ส่วน 3GS ของเค้าไม่ต้องพูดถึงถ่ายมานึกว่ากลางคืน ฮ่าฮ่าฮ่า



ต่อไป !!!! (จะเห็นได้ว่าวันวันนึง เราไปกันหลายที่มากค่ะ วันท้ายๆ ขาลากอ่ะ)
Kiity Cafe ค่ะ ซึงมันก็อยู่ย่างเดียวกันเดินไปจิ๊ดเดียวก็ถึงเลย ตอนเรามาถึงนี่คนเยอะเลย สงสัยมานั่งหลบหนาวกัน แต่พอนังไปๆ ก็เริ่มว่างขึ้น
ปกติตอนเด็กๆ หมูก็ไม่ได้ชอบคิตตี้มากนะ จะใช้ตัวอื่นมากกว่า อย่าง Badz Badz Maru อะไรงี้ เป็นผู้หญิงไม่หวานไง แต่พอเริ่มแก่(?) ประกอบกับอิแจจุงชอบใช้ของคิตตี้ มันก็เริ่มชินนนไปเอง
ปกติตอนเด็กๆ หมูก็ไม่ได้ชอบคิตตี้มากนะ จะใช้ตัวอื่นมากกว่า อย่าง Badz Badz Maru อะไรงี้ เป็นผู้หญิงไม่หวานไง แต่พอเริ่มแก่(?) ประกอบกับอิแจจุงชอบใช้ของคิตตี้ มันก็เริ่มชินนนไปเอง ร้านนี้เป็นร้านขายเครื่องดื่มร้อน-เย็น ขนม วาฟเฟิล เค้ก ฯลฯ แต่ความพิเศษของมันคืนร้านทั้งร้าน และของใช้ทุกอย่างในร้าน เป็นน้องหนูคิตตี้หมดอ่ะ ถ้าใครคลั่งคิตตี้นี่คงอยากไปสิงอยู่ที่นี่ทั้งวันเลยเนอะ

เอาเข้าจริงพอเห็นคิตตี้เยอะๆ อิป้าก็งี้ดดดเหมือนกัน ถ่ายรูปมาซะเยอะ 
อย่างเครื่องดื่มร้อนก็จะทำเป็นหน้าน้องเหมี่ยวนี่หมดเลย อย่างน่ารักอ่ะ โลกสีชมพูไปเลย ขนาดเครดิตรูปยังแอบเปลี่ยนเป็นสีชมพู > < งิ้งงงงง

อย่างเครื่องดื่มร้อนก็จะทำเป็นหน้าน้องเหมี่ยวนี่หมดเลย อย่างน่ารักอ่ะ โลกสีชมพูไปเลย ขนาดเครดิตรูปยังแอบเปลี่ยนเป็นสีชมพู > < งิ้งงงงงจากนั้นเราก็เดินช้อปของตามลิสต์กันแถวนั้นค่ะ ลองเปลี่ยนๆดูมั่ง (ปกติซื้อแถวเมียงดงตลลอด) แต่แอบกระซิบว่า etude ที่ฮงอิกนี่ ร้านข้างนอกออกจะดูหรูหรามี chandelier อะไรด้วย แต่ให้ของแถมน้อยอ่ะ TT TT กว่าจะช้อปกันเสร็จก็มืดค่ำ และอย่าลืมว่าอากาศยังหนาวอยู่ ยิ่งดึกยิ่งหนาว มื้อค่ำวันนี้เราจึงจบลงด้วยร้านไก่ทอดหอมๆ หน้าซอยเข้าบ้าน (โรงแรมน่ะแหละ)
และ...เราก็ไม่ได้รู้เลยว่าร้านไก่ทอดที่ว่า
.
.
.
มันร้านไก่ลุงขี้เมานี่ !!!


คือ...ไม่มีประสบการณ์จริงๆค่ะ ไอ้ไก่เนี่ยไม่เท่าไหร่ ก็อร่อยดี ^^ แต่ที่มั่วสั่งอย่างอื่นมาแปลกๆ ก็มีแก๊งค์ปลาจานข้างบนนี่แหละ ลำบากคุณแม่จุนซูต้องสั่งเบียร์มาเพิ่มเพราะมันของแกล้มเหล้าชัดๆ ส่วนจากที่มีบะหมี่ก็ไม่ใช่ขนมจีนก็ไม่เชิงนั่นก็อร่อยดีอ่ะ ตรงกลางเป็นคล้ายๆเครื่องเคียงแต่เผ็ดมาก !!!! แล้วที่ไม่รู้เลยก็คือมันคลุกกะเครื่องในไก่ด้วย
ด้วยความหิวไก่จานเดียวไม่พอค่ะ เลยสั่งเพิ่มกัน ด้วยความอยากลองไง สั่งไก่กระเทียม (แอบดูโต๊ะข้างๆกิน โหหหใส่กระเทียมเยอะดี^^) พอไก่มา ตึง !!!!! เราก็นึกว่ามันจะคล้ายๆไก่ทอดกระเทียมบ้านเราน่ะ แต่มันคือไก่ทอดแบบเดิม แต่เอากระเทียมสับ(บด)ละเอียดราดลงไปในปริมาณมาก !!!!!



พระเจ้า !!!! ปากเหม็นไปถึงเช้า กลัวเต่าจะเหม็นเพิ่มอีกด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า
March 25 (Sun)
Red Capet > Musical Elisabeth > Kyochon > Bun's Story #1
วันนี้เราจะไปดู Elisabeth กันแล้วค่ะ ฮูเร่ !!!
แต่ว่า...ก่อนไปน้านนนน ก็มีภาระกิจนิดหน่อย
ก็ไม่มีไรมาก...ไปรอน้องที่เรดคาอ่ะ ซึ่งเรื่องนี้ในใจเค้ามันก็ครึ่งๆกลางๆ อยู่นะ เพราะว่าเพิ่งจะมีประเด็นเรื่องซาแซงไปอ่ะ แต่ไอ้เรื่องซาแซงเนี่ย มันก็พูดยากนะว่าลิมิตหรือเส้นแบ่งมันอยู่ตรงไหน? ถ้าซาแซงจะหมายถึง stalker ที่ตามน้องไปทุกที่ ทุกช่วงชีวิตของน้อง และทำการกระทำต่างๆที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของน้อง เค้าก็คงไม่ได้ทำอย่างนั้น หรือถ้าจะหมายถึงรอไปเจอน้องที่เค้าทำแบบนี้ งั้นใครจะว่าเค้าเป็นซาแซงในกรณีนี้ เค้าก็ยอมรับโดยดุษฎีค่ะ (เกรียนนนนน)
แต่ว่า...ก่อนไปน้านนนน ก็มีภาระกิจนิดหน่อย
ก็ไม่มีไรมาก...ไปรอน้องที่เรดคาอ่ะ ซึ่งเรื่องนี้ในใจเค้ามันก็ครึ่งๆกลางๆ อยู่นะ เพราะว่าเพิ่งจะมีประเด็นเรื่องซาแซงไปอ่ะ แต่ไอ้เรื่องซาแซงเนี่ย มันก็พูดยากนะว่าลิมิตหรือเส้นแบ่งมันอยู่ตรงไหน? ถ้าซาแซงจะหมายถึง stalker ที่ตามน้องไปทุกที่ ทุกช่วงชีวิตของน้อง และทำการกระทำต่างๆที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของน้อง เค้าก็คงไม่ได้ทำอย่างนั้น หรือถ้าจะหมายถึงรอไปเจอน้องที่เค้าทำแบบนี้ งั้นใครจะว่าเค้าเป็นซาแซงในกรณีนี้ เค้าก็ยอมรับโดยดุษฎีค่ะ (เกรียนนนนน) วันนี้หนาว...และลมแรงมาก ในเวปอากาศขึ้นเป็นรูปใบไม้ปลิวหวิวๆเลย และมันก็จริงตามนั้น หนาวววว เนื่องจากเราไปค่อนข้างเช้า ก็เลยป๊ะเค้ากับน้องหัวแดง (555+ ป้าขอเรียกงี้นะ...คือไม่รู้จริงๆว่าน้องคือใคร คือน้องหัวแดงชุดขาวทั้งตัวนะ น้อง #1 ลงมา แล้วเดินไปเปิดรถ ผ่างงงง...ซึ่งในรถก็มีน้อง #2 นอนหลับอยู่ ฮ่าฮ่า น้อง #2 ก็หน้าเหวี่ยงอ่ะ เพราะโดนปลุกค่ะ แล้วทั้งสองคนก็เข้ารถไป ซึ่งจุดนี้ก็ไม่รู้ว่าในรถมันมีอยู่กี่คน (แต่อิน้อง #2 มันอยู่หน้าประตูไง) ใครรูว่าน้องหัวแดง เซตพั้งๆ ชุดขาวนี่วงอะไร ช่วยบอกป้าด้วยนะคะ > < 555+
รอไปอีกซักพัก...ก็เจออีกวง วงนี้รู้ชื่อละ เค้าบอกมาว่าชื่อ BTOB (เอิ่อออ วงนี้ป้าก็ไม่รู้จักเหมือนกัน แต่เจอสองวันซ้อนเลย พรุ่งนี้ด้วย) วงนี้คนเยอะหน่อย แต่ที่สำคัญคือ ผจก.หน้าคุ้นมากกกก นึกตั้งนานเห็นที่ไหน พอเค้าบอกว่าเป็นเด็กใหม่ cube นี่ป้าอ๋อเลย คุ้นเพราะเห็นตอนไปแอบอ่านทวิตวงการบีสทึอ่ะจิ > < งิงิ
เอาละ...กว่าจะพล่ามมาถึงจุดนี้ 

จุนซูมาซะทีเหอะ !!


จุนซูมาซะทีเหอะ !!Do not TAKE OUT of this blog
กรุณาอย่านำรูปออกจากบล็อคค่ะ

นี่ตอนมา...หัวฟูมาเลย ในมือถือแก้วกาแฟ + galaxy note มาด้วย
(คือ อาจจะดูว่ามันใกล้มากเกิ๊นน แต่มันเป็นระยะกล้องนะคะ อันนี้แคปมาจากวิดีโอค่ะ)



ตัวจริงน้องผอมมาก ขาเล็กจี๊ดเดียว ผอมเพรียว กรี๊ดกร๊าดมากอ่ะ
และคือสีหัวจะสว่างกระจ่างแข่งกะแดดไปไหน > <
แล้วน้องเป็นอะไรที่เวลาเป๊ะมาก ออกมาทำผม ทำประมาณ 30 นาที พอถึงเวลาก็ออกไปที่ blue square ปั๊บเลย เล่นบ่าย 2 ก็คาดว่าน่าจะไปถึงมีเวลาเตรียมตัวกำลังพอดีๆ ฮู้ววว เลิศจริงจังคร่ะ
รอประมาณครึ่งชั่วโมงน้องก็ออกมา

กัดกรามแล้วยิ่งผอม 

ขอพูดประโยคเดิมนะคะ ว่ามันเป็นระยะกล้อง
จริงๆมันก็อยู่ใกล้แหละ
แต่ไม่ได้ใกล้ขนาดนี้
แต่ไม่ได้ใกล้ขนาดนี้น้องไปละ...ก็เกือบจะเที่ยงแล้วตอนนั้น เราเลยต้องรีบไปที่ Bluse square ค่ะ เพราะต้องเผื่อเวลาไว้ด้วยเพื่อความชัวร์ (กดตั๋วมารอบเดียว พลาดไปล่ะแย่เลย - -") พอไปถึงนี่แบบ โหหหห คนไมเยอะงี้ !!! ทั้งที่คิดว่าโรงละครนี่มันก็ไม่ได้ใหญ่มาก อาจจะเพราะเราไปช้าด้วย บรรยากาศรอบๆ ก่อนเข้าก็มีซุ้มข้าวสารบริจาคจากแฟนๆ (ของแฟนๆจากญี่ปุ่นเยอะมากอ่ะ) มีของนักแสดงคนอื่นแซมบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นของจุนซูค่ะ ^^

บรรยากาศทั่วๆไปที่ Blue square ค่ะ
(แอบสงสัยว่า ชื่อโรงละครเค้าจะเกี่ยวกะเพดานที่เป็นสีฟ้าๆ และสี่เหลี่ยมรึเปล่านะ ?
)
)และมื้อกลางวันเราก็โซ้ยของในร้านสะดวกซื้อไปอีกมื้อ เพราะมันกินไม่ทันแล้วจริงๆอ่ะ จะบอกว่าละครเริ่มตรงเวลาเป๊ะๆ เลย ถ้าเข้าช้าจะมีผลเสียอย่างมากค่ะ เช่น โดนคนในแถวที่ต้องแถกตัวผ่านไปด่า ไม่ใช่อะไรเราก็แอบบ่นเด็กเกาที่เข้าช้าไปเหมือนกัน เพราะที่นั่งระหว่างแถวค่อนข้างแคบ แล้วเวลาเดินเข้ามาก็จะบังคนอื่นด้วย
ขอพูดถึงละครเลยแล้วกันค่ะ ถ้าให้บรรยายโดยสรุป บอกได้คำเดียวว่า "ประทับใจมากๆ"
มันเป็นมิวสิคอลเรื่องแรกของเกาหลีที่ได้ไปดู แล้วไม่ได้ประทับใจแค่ที่น้องเป็นคนเล่น แต่ประทับใจหมดเลย ทุกบทบาททุกคน คือร้องดีกันหมดเลย ยิ่ง Elisabeth (คิมซุนยอง) นี่แบบ...เอาพลังเสียงมาจากไหน แล้วเวลาร้องหวานๆก็เสียงสวยน่ารัก อีกคนนึงที่ชอบมากคือ Lucheni (ปาร์คอึนแท) คนนี้เอาคนดูอยู่ ด้วยความที่เป็นคนเล่าเรื่อง เค้าสามารถดึงความสนใจจากผู้ชมไปได้ทุกฉาก ทุกตอนที่เค้าออกมาอ่ะ ชอบมากๆ คนอื่นก็ชอบ ชอบหมดเลย ^^
มันเป็นมิวสิคอลเรื่องแรกของเกาหลีที่ได้ไปดู แล้วไม่ได้ประทับใจแค่ที่น้องเป็นคนเล่น แต่ประทับใจหมดเลย ทุกบทบาททุกคน คือร้องดีกันหมดเลย ยิ่ง Elisabeth (คิมซุนยอง) นี่แบบ...เอาพลังเสียงมาจากไหน แล้วเวลาร้องหวานๆก็เสียงสวยน่ารัก อีกคนนึงที่ชอบมากคือ Lucheni (ปาร์คอึนแท) คนนี้เอาคนดูอยู่ ด้วยความที่เป็นคนเล่าเรื่อง เค้าสามารถดึงความสนใจจากผู้ชมไปได้ทุกฉาก ทุกตอนที่เค้าออกมาอ่ะ ชอบมากๆ คนอื่นก็ชอบ ชอบหมดเลย ^^ 
สำหรับส่วนของจุนซู มันเป็นอีกมุมมองนึงของน้องที่เราไม่เคยเห็น ถึงแม้จะไม่ใช่เมนจุนซู แต่เค้าก็รักน้องนะ และตอนนี้ก็ยิ่งภูมิใจในตัวน้องอ่ะ น้องเก่งมากอ่ะ ร้องเพลงได้เพอร์เฟค ไม่มีที่ติอ่ะ (อาจจะมีผิดนิดผิดหน่อย...แต่ไม่รู้เลยอ่ะ) แถมเซ็กซี่มากกกกกกกก โฮกกกกกกกกกกก ชุดน้องสีดำที่เสื้อเชิร์ตแหวกอกนี้ หูยยยย กางเกงก็รัดๆ แล้วมีวิบวับๆ พระเจ้า !!!!
ในใจของแม่แจจุงอย่างเค้าอยากขโมยชุดน้องไปให้แจจุงใส่ แล้วจ้างมาเต้นให้ดู โฮกกกกกกกกกก


โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ต้องไปกินข้าวกะเพื่อนชะนีก่อนเดี๋ยวมาต่อค่ะ กำลังมันส์
มาต่อช้าไปเกือบเดือน 

หลังจากดูละครน้องจบเราก็มุ่งหน้าสู่อับกูจองค่ะ มื้อเย็นวันนี้เล็งไก่ kyochon ไว้ค่ะพี่น้อง
(กินฉลองชินฮวาคัมแบ็ค ??? 555+) แล้วระหว่างทางก็เจอ black smith ด้วยล่ะ > <

Black Smith สาขาอับกูจอง 

แต่ไม่ได้กินค่ะ เพราะเราตั้งใจจะไปกินที่คังนัม (ตอนนี้มานั่งนึกว่าทำไมต้องไปกินสาขานั้นก็ไม่รู้อ่ะ 555+)
และจุดหมายปลายทางต่อไปก็คือร้าน Bum's Story ของแจจุงค่ะ ซึ่งมันก็ไม่ได้อยู่ไกลกันมากอ่ะ สามารถเดินไปได้ แต่อุปสรรคสำคัญตอนนี้คือ....มันหนาวค่ะ !!!! หนาวมากด้วย (ต้องย้ำเพราะตอนนี้เมืองไทยร้อนมาก พูดว่าหนาวยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายของมันเท่าไหร่ แต่ที่เกาหลีตอนนั้นมันหนาวมากจริงๆค่ะ TT TT)

ผ่างงงงงงงงงงงงงง !!!!!!





บ้าเรอะ!!! เดินมาตั้งไกลหนาวก็หนาว จะแข็งตายอยู่แล้ว เมื่อยขาด้วย
ร้านปิดเนี่ยนะ !!!!!!!!!!!



คิดในแง่ดี (เป็นผญ.คิดบวกแล้วจะสวย ?!!!) จะมีซักกี่คนที่เห็นร้านบอมตอนปิด > <"
(คือคิดอย่างงี้แล้วมันจะช่วยม้ายยยยยยยยย ฮ่า ฮ่า ฮ่า )
ก็เลยเดินไปหาที่หลบหนาวพักกาย พักใจใน Angel in-us Coffee อ่ะ
ซึ่งอยู่ใกล้่ Time Out มากกกก แต่ปาร์คยูชอนคะ นาทีนี้พี่สาวกินไอติมไมไหวจริงๆค่ะ TT TT
March 26 (Mon)
Pure Arena >> Mic Kiss >> Crebeau Belle >> Black Smith >> Bom's Story #2
หลังจากเมื่อคืน...ขาลาก...
เค้าต้องแช่เท้าในน้ำอุ่น แล้วก็ทายานวดเลยอ่ะ เพราะถอดบูทออกมาแล้วเท้าเป็นสีม่วงเลยอ่ะ น่ากลัวมาก สงสัยเท้าจะเดินมาก + รับน้ำหนักมากกเกิน O_0" (ซึ่งวันนี้ก็ไม่ได้เดินน้อยกว่าเมื่อวานเลยอ่ะ : P)
เค้าต้องแช่เท้าในน้ำอุ่น แล้วก็ทายานวดเลยอ่ะ เพราะถอดบูทออกมาแล้วเท้าเป็นสีม่วงเลยอ่ะ น่ากลัวมาก สงสัยเท้าจะเดินมาก + รับน้ำหนักมากกเกิน O_0" (ซึ่งวันนี้ก็ไม่ได้เดินน้อยกว่าเมื่อวานเลยอ่ะ : P)
เช้ามาก็ต้องเติมพลังก่อน นี่เป็นร้านผึ้งตรงข้ามซอยโรงแรมอ่ะ มันดูน่ารักมัดใจชะนีอย่างพวกเราดี ก็เลยเข้าไปลองค่ะ ซึ่งนอกจากร้านจะมีมาสคอตเป็นผึ้งแล้ว การตบแต่งด้านในก็ยังเป็นรังผึ้งอีกด้วย แม้แต่ไฟในร้านก็ยังเป็นรวงผึ้งง่ะ ปลื้มอ่ะ...ชอบน่ารักดี > < มื้อเช้าขอเป็นอะไรร้อนๆ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นอูด้งทะเลนะ เห็นอย่างนี้ไม่น้อยนะ อิ่มแทบตายอ่ะ ^^
ที่แรกของเราวันนี้คือร้าน PUREARENA ค่ะ ซึ่งกว่าจะไปถึงได้...ก็เกือบจะเดินหลงเข้ารั้วเข้าวังไปเลยทีเดียว 555+ หลายคนอาจจะงงว่ามันคือร้านอะไร มันคือร้านที่น้องไปถ่ายโปรโมทอ่ะค่ะ ร้านที่มีหนังสือเยอะๆ ที่มีโลโก้เป็นรูปแมว เอาเหอะอธิบายแล้วดูไม่ได้ทำให้คนอ่านเข้าใจมากขึ้นนะ - -" ไปดูรูปดีกว่าค่ะ

เห็นรูปแล้วก็ร้องอ๋อใช่ม้าาาาา 

บอกได้คำเดียวว่า JYJ เกรียนอ่ะ 555+ วาดอะไรเละเทะไปหมดเลย
แต่ที่เกรียกว่า...เหล้าสองขวดนี้ของคิมแจจุงกับปาร์คยูชอนค่ะ เค้ามีป้ายแขวนชื่อไว้ชัดเจนนะ ^^"
ร้านนี้ตอนแรกนึกว่าจะเป็นร้านนั่งชิวๆ สวยๆ ปรากฏว่าวันนี้เราไปช่วงถึงช่วงเที่ยงพอดี (มัวแต่หลง - -") คนเยอะค่ะ ท่าทางอาหารจะอร่อย เท่าที่เห็นเป็นพวกอาหารฟิวชั่นอ่ะ พนักงาน คนทำงานช่วงกลางคนมากินกันเยอะเลย เกือบหาโต๊ะนั่งไม่ได้แน่ะ พวกเราก็กินแต่กาแฟกับขนม เพราะมีแพลนจะไปจัดเต็มที่แบล็คสมิทค่ะ
ไปต่อกัน
.
.
.
ยูซูไทม์ !!!!

ตอนเค้าเป็นร้านเครื่องสำอางก็ไม่เคยได้ไป จนเค้าเปลี่ยนมาเป็น Mic Kiss นี่แหละถึงได้มีโอกาสไป ทั้งหลายทั้งปวงประทับใจอยู่อย่างเดียว ไอ้เสื้อวอร์มแดงนี่แหละ อยากใส่อ่าาาา แต่พอมานึกถึงอากาศบ้านเรา ต่อให้อยากใส่เหมือนองค์รัชทายาทขนาดไหน ก็ไม่ไหวอ่ะค่ะ ร้อนเกิ๊นนนน เลยไม่ได้สอยมาก (แอบแพงด้วยแหละ ตั้งหลายหมื่น ><")
เสร็จจากยู...ก็ไปต่อซูเลยค่ะ
เนื่องจากว่าย้ายร้านมาจากอิลซานแล้ว ทำให้ไปง่ายมาก ใกล้กันงิบงับเลยแหละ




ร้านใหม่ไฮโซมาก สิ่งที่เค้าคิดว่าเลิศที่สุดคือ มีน้องคนที่มาช่วยขาย พูดอังกฤษคล่องปรื๋อเลยค่ะ มันทำให้ง่ายแล้วก็ดูสะดวกสำหรับ international fans มากขึ้นเยอะเลยอ่ะ
สารภาพตามตรงที่ Crebeau Belle นี่ที่เค้าฟินสุดไม่ใช่เจออมม่าจุนซูนะคะ แต่เป็นแมวง่ะ เงี้ยวววว เป็นแมวที่น่ารักอะไรอย่างนี้น้อออ โดยเฉพาะเลโอนะ อยากขยำๆๆๆ ฟัดพุงๆๆๆ ให้ตายไปข้างนึงเลย น่ารักน่าหมั่นเขี้ยวมากอ่ะ ส่วนทิกเกอร์ซนค่ะ แล้วก็ดูจะเป็นแมวที่สนใจสิ่งรอบข้างมากที่สุดแล้วอ่ะ ส่วนบาคิระหลับตลอดการเยี่ยมชมของพวกเราค่ะ ^^"
แอบกระซิบนิดนึงว่าวิวที่ร้านใหม่นี่ดีสุดยอดไปเลยค่ะ 





ระหว่างนี้ที่ทั้งเมนปาร์คและเมนจุนซูได้ไปเยี่ยมเยียนร้านน้องกันแล้ว ก็หันมาถามเค้าที่เป็นแม่แจหนึ่งเดียวว่า จะไปร้านแจมั่งไม๊...คือเค้าก็ไม่อะไรอ่ะ ไปก็ได้ไม่ไปก็ได้ ไม่รู้เป็นอะไรไม่ได้อยากไปเจอพี่ๆญาติๆแจเหมือนคนอื่นเค้า บ้านนี้มันดูวุ่นวายออก ปวดหัว!!! (นี่เป็นแม่แจจริงเหรือ กร๊ากกกกก)
และระหว่างเดินอยู่ในสถานี....
เค้าก็ค้นพบไวไฟ....
เปิดทวิต...ผ่าง !!!!
น้องจะไปงาน nuclear summit พรุ่งนี้

ก็ต้องไปทำผมแต่งหน้าอ่ะซิ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เค้าก็มีคำตอบโดยทันทีว่าไม่ไปแระ ร้านแจอ่ะ พี่สาวแจกะจีจี้ไม่เจอก็ได้ ไปเจอแจตัวจริงพรุ่งนี้ดีกว่า ฮว๊ากกกก ที่สำคัญหิวแล้วด้วย (หิวนั่นประเด็นเลยนะ)

ก็ต้องไปทำผมแต่งหน้าอ่ะซิ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เค้าก็มีคำตอบโดยทันทีว่าไม่ไปแระ ร้านแจอ่ะ พี่สาวแจกะจีจี้ไม่เจอก็ได้ ไปเจอแจตัวจริงพรุ่งนี้ดีกว่า ฮว๊ากกกก ที่สำคัญหิวแล้วด้วย (หิวนั่นประเด็นเลยนะ) เอาล่ะเที่ยวเล่นกันมาจนเหนื่อยแล้วได้เวลาเติมพลังค่า

แค่หน้าร้านก็ระทวย





แถวที่ประตูด้านข้างแอบมีป้ายโปรโมชั่น Black Smith กับ Elisabeth ด้วย เห็นมะบอกแล้วว่ามันยูซูมาก
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมันอยู่ในย่านคังนัมรึเปล่านะ แต่เด็กเสิร์ฟสาขานี้ทุกคนภาษาอังกฤษฟู่ฟ่ามากอ่ะ ประทับใจสุดๆ เพราะอย่างที่เรารู้กัน คนเกาหลีไม่ชอบพูดอังกฤษ แต่นี้โหยยเริ่ดสุด!!! ที่ได้คุยกันไม่ได้สั่งของกินอย่างเดียว แต่เราแอบเกรียนขอที่รองจานรูปปาร์ยูชอนมาฝากเพื่อนสาวด้วย ก็เลยต้องมีจิ๊จ๊ะกันพอสมควร (ขอมาเป็นสิบอ่ะ ^^")
แล้ว...เด็กเสิร์ฟผช.แต่ละคน ป้าฟันธงหักเลยเอา!!!
ถึงแม้จะดูไม่ออกว่าเคะ หรือเมะ แต่เลือดวายในกายมันพุ่งพล่านเลยทีเดียว เดียว เดียว !!!!




ควรรีวิวเรื่องของกินมั่งม้ายยย "อร่อยทุกอย่าง" สั้นไปป่ะ



สลัด : mango shrimp salad >> อร่อยมาก อย่าให้เซด คือรสออกเปรี่้ยวๆ หวานๆ อ่ะ แล้วก็มีซอสมะม่วงตบแต่ง กุ้งมันเป็นกุ้งย่างหรือทอดมาแล้ว อร่อยอ่ะ เมนูนี้ให้ห้าดาวเลย ชอบ ^^
พาสต้า : black smith's cream paste >> อร่อยเด็ด เกินความคาดหมาย เมนูนี้เป็นเหมือน signature ร้านด้วยเลยลองสั่งมา ตอนแรกก็อยากกินคาโบนาร่ากัน แต่เค้าว่ามันธรรมดาไปหน่อย ปรากฏว่าครีมของจานนี้เหมือนคาโบนาร่าเลย ฮูเร่ มันอร่อยมากกก
พิซซ่า : spicy chicken pizza >> อร่อยดีค่ะ (มีอะไรไม่อร่อยบ้าง...) ใต้ถาดพิซซ่าเค้าจะจุดไฟให้ด้วย เหมือนไฟใต้เรือรูปปลาเวลากินโป๊ะแตกบ้านเราอ่ะ เพราะว่าอากาศที่หนาวเย็น การจุดไฟแบบนี้จะทำให้ชีสอ่อนยืด (ศัพท์อะไรของมัน) อยู่ตลอดเวลา อ๊าาาาา อยากกินอีกๆๆๆ
ถ้าใครมีโอกาสได้ไปเกาหลีลองไปชิมกันนะคะ Black Smith Pizza
ลองเลือกเมนูล่วงหน้าไปได้จากลิ้งนี้ค่ะ : http://www.blacksmith.co.kr/main.php



หลังจากอิ่มแปล้แล้ว
ก็ได้เวลาเดินทางไปร้านบอม (วันนี้ไม่เปิดอีก แม่จะระเบิดร้านเลย !!!)
วันนี้ไม่หนาวเท่าเมื่อวาน การเดินทางและสภาพของเราเลยไม่แย่เท่าไหร่...ที่สำคัญ ร้านเปิด คริคริ

จริงๆ อยากลงรูปให้มากกว่านี้นะ แต่แบบว่าเขียนทั้งทริปเอนทรี่เดียว รูปก็เยอะบล็อคจะระเบิดแล้วอ่ะ ไม่อยากให้โหลดช้าไปกว่านี้ ต้องขอบคุณ photoscrape ด้วยที่มีอิช่องๆมาให้ใช้มันช่วยได้มากเลยจริงๆ ^^
เข้าเรื่องๆ > < มาถึงร้านบอมแล้วค่ะ จริงๆแอบตกใจนะ เพราะร้านมีพื้นที่เยอะกว่าที่คิดไว้อ่ะ (เจ้าของต้องรวยแน่ๆ 555+) เพราะพื้นที่ย่านนั้น มันก็น่าจะต้องแพงมากอยู่ อย่างที่เห็นในรูปร้านกว้างขวางเลยทีเดียว เราก็ไม่ได้กินอะไรกันมาก เพราะ black smith นี่จัดเต็มมาแบบ....กรูอิ่ม ใช้พลังงานเดินทางมาแค่พออาหารย่อยหมด แต่มันก็ยังอิ่มอยู่ ที่สั่งมากินมีพาจอนซีฟู้ด โอเด้งเผ็ดๆ อะไรอีกจำไม่ได้ละ นอนนั้นก็ระเริงถ่ายรูป (ใช้คำว่าระเริง??) แอบไปเข้าห้องน้ำ มีโปสเตอร์โอทับปังวังเซจาด้วย อีกเรื่อง...เรื่องไรไม่รู้ จำไม่ได้ แต่ร้านบอมสตอรี่เป็นสปอรเซอร์อ่ะ (กรี๊ดดดด ดองไว้เดือนเดียวเอง จำไม่ได้แล้วอ่า เรื่องไรฟระๆๆๆ) สุดท้ายมาถ่ายรูปหน้าเค้าเตอร์หน้าร้านกัน ปรากฏว่ากลับมาไม่นาน คุณพี่บอมทวิตรูปถ่ายมุมเดียวกันเลย แอร๊ยยย (ถ้ามีแจจุงมาถ่ายด้วย กรี๊ดบ้านแตกเลยนะ)
ร้านบอมนี่เค้าตั้งปณิธานว่าจะต้องไปกินอีกให้ได้ ยืมคำน้องคนนึงมาก็แล้วกันอาจจะไม่สุภาพ แต่มันได้อารมณ์ ว่าจะต้องไป "แดกเสียหลัก" อีกซักที ที่จะเสียหลังนี่เพราะเสียตังค์ด้วยค่ะ (เมนูแต่ละอย่าง ราคาซี๊ดดดดเลยทีเดียว) แต่ในความรู้สึกของแม่แจอย่างเค้า...มันฟินอ่ะ ไม่รู้ทำไมอธิบายไม่ได้ ยิ่งกลับมาแล้วรายการฮยอนจุงไปนัดเจอกะแจจุงที่ร้านด้วยนี่ฟินมาก รู้สึกดีที่ได้ไปอ่ะ (ยังคงอธิบายไม่ได้อยู่ 555+)
เพราะงั้นแม่แจทั้งหลาย มีโอกาสจงไปบอมสตอรี่เถิดหนา วะ ฮะ ฮ่า



March 27 (Tue)
Red Carpet >> ICN >> Home
วันนี้ตอนแรกแผนคือเก็บตกช้อปปิ้ง แล้วก็กลับบ้านอ่ะ แต่พองานน้องผุด ก็ไปหาน้องก่อนแต่ยังคงมาเก็บตกช้อปปิ้งเหมือนเดิม 55+
ทั้งที่คำนวณแล้วว่าน้องน่าจะมาประมาณนี้ แต่ว่าเราก็ยังไปไม่ทันทูคิมเข้าร้านอยู่ดี ตอนไปถึงคนยังน้อยมากและสองพี่น้องทูคิมก็ขึ้นไปแล้ว T^T รอไปซักพัก...ปยช.ก็มา แต่มาแบบโทรมและดูเหนื่อยๆ เดินนิ่งๆ ก็ไม่รู้น้องอารมณ์ไหนเหมือนกัน
Do not TAKE OUT of this blog
กรุณาอย่านำรูปออกจากบล็อคค่ะ

รูปซ้ายเป็นขามา รูปขวาตอนแต่งหล่อเสร็จแล้ว
ว่าแต่...ต่างกันด้วยเหรอ ?
ไม่แต่งก็หล่อพ่อคุณของเจ้ กร๊ากกก
ไม่แต่งก็หล่อพ่อคุณของเจ้ กร๊ากกกมาถึงคนนี้...คนที่ไม่ได้คาดหวังว่าทริปนี้จะได้เจอ




สีผมนางแรงมาก ตอนนั้นสายแล้วและเป็นวันที่แดดจ้ามาก นี่ไม่ได้ปรับรูปอะไรเลย
อยากให้ทุกท่านซึมซับความเจิดจ้าของสีหัวคิมแจจุงอย่างได้อรรถรส 555
มันเป็นครั้งแรกที่ออกงาน....
หลังจากที่แจทรุดไปเรื่องข่าวซาแซงกับพ่อยูชอนเสีย
เค้าไม่สามารถบอกได้ว่าแจกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน ทั้งที่อยากรู้และเป็นห่วงใจจะขาด
ยังไงก็ตามยังเชื่อมั่นว่าน้องจะแข็งแกร่ง และยืนหยัดต่อไปได้เหมือนทุกครั้ง
ถึงแม้จะได้เจอแค่แป๊บเดียว แต่ก็ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เค้าได้เจอแจจุง



ฟิน....เดินแบบลอยๆ ไปกินไก่วุ้นเส้นที่เมียงดง และไปหลับอีกตื่นนึงที่คริสปี้ครีม
จากนั้นก็ขนข้าวขนของสัมภาระร้อยแปดไปอินชอน กลับบ้านแล้วค่า
ขอบคุณผู้ร่วมเดินทางในทริปนี้ พี่จ๋อม ลูกหมี ตั๊ก ขอบคุณมากๆ ทริปนี้สนุกจริงๆ เนอะ ^^
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ แม้ว่าอินี่จะเขียงทิ้งไว้แล้วค้างไปเป็นเดือน แต่สุดท้ายมันก็จบ ฮ่าฮ่าฮ่า
และสุดท้ายขอบคุณ แจจุง ยูชอน จุนซู แรงบันดาลใจมหาศาลและตลอดกาลของเค้า มว๊วฟฟฟฟฟ
เจอกันทริปหน้า
superyoungwoong ระเริงเกาะ Jeju
มิถุนายนนี้ พบกันแน่ !!!!









